กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 2 จาก 365 วัน2 มกราคม (January 2)

ปฐมกาล 4-6 และ มัทธิว 2

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

ปฐมกาล 4-6 (Gen. 4–6)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

หลังรอยร้าวแรกใน ผลของการไม่เชื่อฟังไม่ได้หยุดอยู่แค่กับ ในบทที่ 4 ความแตกแยกลุกลามเข้าสู่ครอบครัว เมื่อและพี่น้องคู่แรกนำของมาถวายพระเจ้า แต่ท่าทีในใจของทั้งสองต่างกัน[1] เมื่อพระเจ้าไม่พอพระทัยของถวายของ ความอิจฉาและความโกรธก็ปะทุขึ้น[2]

พระเจ้าทรงเตือนในบทที่ 4 ข้อ 7 ว่า "บาปก็กำลังรอตะครุบเจ้าอยู่ที่ประตู" (NTV) แต่ไม่ยอมควบคุมบาปนั้น จนนำไปสู่การฆาตกรรมครั้งแรก[3] ความรุนแรงยังทวีขึ้นในรุ่นต่อมา เมื่อผู้สืบเชื้อสายของคาอินโอ้อวดเป็นบทเพลงว่าจะแก้แค้นให้ตนเอง 77 เท่า[4] ลาเมคและเอโนคในบทที่ 4 (สายของคาอิน) เป็นคนละคนกับลาเมคและเอโนคในบทที่ 5 (สายของเสท) เพราะบิดาต่างกัน[5]

บทที่ 5 มีรายนามบรรพบุรุษยาวเหยียดที่อายุยืนเกือบพันปี แต่เรื่องของเกือบทุกคนจบด้วยคำสั้น ๆ เหมือนกันว่า "แล้วก็สิ้นชีวิต" ความตายที่พระเจ้าเคยเตือนไว้เกิดขึ้นจริง[6] ข้อยกเว้นเดียวคือ ชายผู้ "ดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า" (NTV) จนพระเจ้ารับตัวเขาไปโดยไม่ต้องผ่านความตาย[7]

ต้นบทที่ 6 มีเรื่องที่หลายคนอ่านแล้วงง คือ "บุตรชายของพระเจ้า" ที่มาแต่งงานกับบุตรหญิงของมนุษย์ และพวก "เนฟิล" คำว่า "บุตรชาย" ในที่นี้มีการตีความหลายแบบ เช่น ชนชั้นผู้ปกครอง ทูตสวรรค์[8] หรือเชื้อสายของเสท[9] แต่ไม่ว่าจะตีความแบบไหน ใจความหลักคือโลกกำลังเสื่อมลงเรื่อย ๆ

เมื่อความชั่วร้ายและความรุนแรงแผ่ขยายจนเต็มแผ่นดิน พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าไม่ได้แค่กริ้ว แต่ทรงเศร้าพระทัยที่ได้สร้างมนุษย์ ก่อนจะตัดสินใจชำระล้างโลกด้วยน้ำท่วม ถึงกระนั้นยังมีชายชื่อที่ยืนหยัดอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าจึงทรงเตรียมทางรอดให้โนอาห์ ครอบครัว และสัตว์ทุกชนิด ผ่านทาง

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 2 (Mt. 2)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

บทที่ 2 เริ่มเมื่อจากทิศตะวันออกเห็นดาวพิเศษที่บ่งบอกถึงการประสูติของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาเดินทางไกลมาถึงเยรูซาเล็ม คนที่ออกตามหากษัตริย์องค์นี้กลับไม่ใช่ผู้นำศาสนาในเยรูซาเล็ม แต่เป็นชาวต่างชาติที่ศึกษาดวงดาว[10][11] พวกเขาถามว่า "ผู้ที่ได้เกิดมาเป็นกษัตริย์ของชาวยิวอยู่ที่ไหน" (NTV)

ข่าวนี้ทำให้ หุ่นเชิดที่โรมตั้งให้ปกครองยูเดีย[12] หวาดระแวงว่าจะถูกแย่งบัลลังก์[13] เฮโรดจึงแกล้งทำเป็นอยากไปนมัสการด้วย ส่งไปสืบที่เมืองพร้อมกำชับว่า "เมื่อพบแล้วก็มารายงานให้เราทราบ เราจะได้ไปนมัสการพระองค์ด้วย" (NTV) ทั้งที่จริงคิดจะกำจัดทารกนั้น[14]

ตามดาวนั้นจนพบพระกุมารกับ จึงกราบไหว้และถวาย ซึ่งคนรุ่นหลังนิยมตีความว่า ทองคำแทนความเป็นกษัตริย์ กำยานแทนความเป็นพระเจ้า และมดยอบสื่อถึงการสิ้นพระชนม์[15] ต่อมาพระเจ้าเตือนพวกโหราจารย์ในความฝันไม่ให้กลับไปหาเฮโรด พวกเขาจึงกลับบ้านเมืองของตนทางอื่น

เมื่อพวกโหราจารย์จากไป ทูตสวรรค์ก็มาเตือนในความฝันว่า "จงลุกขึ้นเถิด พาทารกและมารดาของพระองค์หนีไปประเทศอียิปต์" (NTV) เขาจึงพาครอบครัวหนีไปยังในคืนนั้นเอง เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็โกรธจนสั่งฆ่าเด็กชายทุกคนในที่อายุสองขวบลงมา แต่พระกุมารหนีรอดไปก่อนแล้ว เมื่อเฮโรดสิ้นชีวิต โยเซฟจึงพาครอบครัวกลับมาตั้งรกรากที่

ผู้เขียนย้ำหลายครั้งในบทนี้ว่าเหตุการณ์ "เป็นไปตาม" ถ้อยคำของผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้า คือคนที่พระเจ้าใช้ให้นำข่าวของพระองค์มาบอกผู้คน แม้ทุกอย่างดูวุ่นวาย แต่ทุกเหตุการณ์ยังอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า[16] จึงเติบโตและเป็นที่รู้จักในนาม "เยซูชาวนาซาเร็ธ"

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“But the great difference was, Abel offered in faith, and Cain did not.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Genesis 4:4
  2. [2]“hence the secret flame of jealousy, which kindled into a settled hatred and fell revenge” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Genesis 4:7
  3. [3]“Here, then, is sin following upon sin, proving the truth of the warning given in the merciful forbearance of God.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 4:8
  4. [4]“With this boastful poem in praise of armed violence and bloodshed” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 4:23
  5. [5]“the same names were given to some of the posterity of Seth as were to those of Cain, as Lamech here, and Enoch before.” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Genesis 5:25
  6. [6]“The stated formula, "and he died," at the close of each life except that of Henok, is a standing demonstration of the effect of disobedience.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 5:5
  7. [7]““Took,” or “received,” him, i.e. into His own abode, without death” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 5:24
  8. [8]“Of the sons of the Elohim there are three principal interpretations: the first, that of the Targums and the chief Jewish expositors, that they were the nobles, and men of high rank; the second, that they were angels.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 6:2
  9. [9]“The third, and most generally accepted interpretation in modern times, is that the sons of the Elohim were the Sethites” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 6:2
  10. [10]“The persons here denoted were philosophers, priests, or astronomers” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 2:1
  11. [11]“we may, however, at least believe that the “wise men” were Gentiles.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 2:2
  12. [12]“he was, in all respects, dependent on the Roman emperor” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 2:1
  13. [13]“viewing this as a danger to his own throne” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 2:3
  14. [14]“this he said hypocritically, in order to hide and cover his bloody intentions” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Matthew 2:8
  15. [15]“the gold, of kingly power; the incense, of Divinity; the myrrh, of death and embalmment” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 2:11
  16. [16]“Thus are the very errors and crimes and cold indifferences of men all overruled.” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 2:9