กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 3 จาก 365 วัน3 มกราคม (January 3)

ปฐมกาล 7-9 และ มัทธิว 3

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

ปฐมกาล 7-9 (Gen. 7–9)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

วันนี้น้ำท่วมโลกมาถึงแล้ว แม้เรื่องจะเต็มไปด้วยการทำลายล้าง แต่ความใส่ใจของพระเจ้าก็ซ่อนอยู่ เช่นในบทที่ 7 ข้อ 16 เมื่อทุกชีวิตขึ้นแล้ว "ครั้นแล้ว พระผู้เป็นเจ้า ก็ปิดประตูให้โนอาห์" (NTV) พระเจ้าทรงปกป้องและครอบครัวด้วยพระองค์เอง[1] ส่วนข้างนอกเรือ ฝนตก 40 วัน 40 คืน น้ำท่วมมิดแม้แต่ยอดเขา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่บนแผ่นดินเลย

จุดเปลี่ยนอยู่ในบทที่ 8 ข้อ 1 ที่ว่า "แต่ว่าพระเจ้าระลึกถึงโนอาห์" (NTV) คำว่า "ระลึกถึง" ไม่ได้แปลว่าพระเจ้าลืมไปแล้ว แต่หมายถึงพระองค์หันมาช่วยโนอาห์ตามที่สัญญาไว้[2] จากนั้นน้ำเริ่มลดลงจนเรือไปเกยตื้นบน นกพิราบที่โนอาห์ปล่อยออกไปบินกลับมาพร้อมใบมะกอกสด นี่คือสัญญาณแรกของความหวัง และเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพมาจนทุกวันนี้[3] พอออกจากเรือ สิ่งแรกที่โนอาห์สร้างไม่ใช่บ้านสำหรับตัวเอง แต่เป็นแท่นบูชาถวายพระเจ้า[4]

ในบทที่ 9 พระเจ้าทรงให้คำมั่นที่ผูกมัดไว้เป็นพันธสัญญากับโนอาห์ ครอบครัว และสิ่งมีชีวิตทั้งปวงว่าจะไม่ทำลายโลกด้วยน้ำท่วมเช่นนี้อีก พร้อมตั้งหมายสำคัญไว้เตือนใจว่า "เราวางรุ้งของเราไว้บนเมฆ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาระหว่างเรากับแผ่นดินโลก" (NTV)

แต่เมื่ออ่านถึงท้ายบทที่ 9 หลายคนอาจแปลกใจที่เห็นเมาเหล้าองุ่นจนเปลือยกาย และ ลูกชายคนหนึ่งของโนอาห์นำความน่าอับอายนี้ไปเล่าต่อ ขณะที่เชมกับยาเฟทเดินถอยหลังเข้าไปห่มผ้าให้บิดา ที่ชวนงงคือคำสาปของโนอาห์ไม่ได้ตกที่ฮามโดยตรง แต่ตกที่คานาอันลูกชายของฮาม ซึ่งลูกหลานของเขาคือชาวคานาอันที่เราจะได้พบอีกหลายครั้ง[5] เหตุการณ์นี้สะท้อนสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้ในบทที่ 8 ข้อ 21 ว่ามนุษย์ "มีจิตใจชั่วร้ายตั้งแต่เยาว์วัย" (NTV) น้ำท่วมจึงล้างโลกได้ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนใจมนุษย์[6]

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 3 (Mt. 3)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ในบทก่อนหน้าพระเยซูยังเป็นทารก ในบทนี้เรื่องข้ามเวลาไปราว 30 ปี[7] ตอนที่พระเยซูเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเริ่มด้วย ผู้ที่มาเตรียมทางให้พระองค์ ยอห์นใช้ชีวิตเรียบง่ายในถิ่นทุรกันดาร สวมเสื้อขนอูฐและกินตั๊กแตนกับน้ำผึ้งป่า ถึงอย่างนั้น ผู้คนมากมายก็ยังเดินทางไปฟังยอห์น ยอห์นประกาศว่า "จงกลับใจ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล้จะมาถึงแล้ว" (NTV) ผู้เขียนใช้คำว่า "อาณาจักรแห่งสวรรค์" บ่อยมาก[8] คำนี้หมายถึงการที่พระเจ้าเข้ามาปกครองในฐานะกษัตริย์[9]

คำว่า "กลับใจ" ในที่นี้ไม่ใช่แค่รู้สึกเสียใจ แต่หมายถึงการหันหลังกลับ เปลี่ยนทิศทางชีวิตใหม่[10] ส่วน "บัพติศมา" ด้วยน้ำในก็คือการแสดงออกต่อหน้าสาธารณะว่าพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่[11] ยอห์นตักเตือนผู้นำศาสนาสองกลุ่มหลักของยุคนั้น คือ[12]และ[13] อย่างเผ็ดร้อนว่า ชาติตระกูลไม่ได้ช่วยให้รอดจากความผิดบาป แต่ชีวิตจริงที่เปลี่ยนแปลงไปต่างหากคือข้อพิสูจน์ ยอห์นยังบอกว่า ผู้ที่จะมาภายหลังเขาจะยิ่งใหญ่กว่า และจะให้บัพติศมาด้วยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในข้อ 13 เมื่อเสด็จมารับบัพติศมาจากยอห์น ยอห์นพยายามห้าม เพราะมองว่าตัวเองต่างหากที่ควรรับบัพติศมาจากพระเยซู (ข้อ 14) แต่พระเยซูตรัสตอบว่า "เพราะสมควรที่เราทั้งสองจะกระทำการนี้เพื่อเป็นไปตามความชอบธรรมทุกประการ" (NTV) คำตอบนี้ชี้ว่าพระเยซูไม่ได้ทรงรับบัพติศมาเพราะมีบาป แต่ทรงยอมทำตามทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนด เพื่อเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์[14]

ทันทีที่พระเยซูเสด็จขึ้นจากน้ำ ท้องฟ้าก็เปิดออก พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาเหมือนนกพิราบ พร้อมกับมีพระสุรเสียงจากสวรรค์ว่า "ผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา คือผู้ที่เราพอใจมาก" (NTV) นี่คือการรับรองว่าภารกิจของพระเยซูเริ่มต้นขึ้นแล้ว[15]

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“This seems to imply that God took him under his especial protection” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Genesis 7:16
  2. [2]“Not that God had forgotten Noah, for he does not, and cannot forget his creatures, properly speaking” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Genesis 8:1
  3. [3]“from this circumstance the olive has been the emblem of peace among all civilized nations.” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Genesis 8:11
  4. [4]“Not an house for himself and his family, but an altar for God” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Genesis 8:20
  5. [5]“This certainly points at the victories obtained by Israel over the Canaanites” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Genesis 9:25
  6. [6]“So that if he be dealt with according to his deserts, one flood must succeed another 'till all be destroyed.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Genesis 8:21
  7. [7]“after an interval of thirty years from the close of Matthew 2” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 3
  8. [8]“The phrase is used by St. Matthew about thirty times, and by him only among the New Testament writers.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 3:2
  9. [9]“It connected itself in Jewish thought with the theocracy—the direct rule of God” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 3:2
  10. [10]“The original implies more than “feel sorrow or regret for sin,” it is rather “change the life, the heart, the motive for action.”” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 3:2
  11. [11]“This baptism was at once a public seal of their felt need of deliverance from sin” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 3:6
  12. [12]“The Pharisees were a very ancient sect among the Jews. They took their name from a Hebrew word, which signifies to separate, because they separated themselves from all other men.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 3:7
  13. [13]“The Sadducees were another sect among the Jews, only not so considerable as the Pharisees. They denied the existence of angels, and the immortality of the soul, and by consequence the resurrection of the dead.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 3:7
  14. [14]“Jesus had no sin. But he was about to enter on his great work.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 3:15
  15. [15]“By this voice, and overshadowing of the Spirit, the mission of the Lord Jesus was publicly and solemnly accredited” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Matthew 3:17