เปลี่ยนวัน
ปฐมกาล 41-42 และ มัทธิว 12:1-23
ปฐมกาล 41-42 (Gen. 41–42)
ติดคุกอยู่นาน จนกระทั่งฟาโรห์ฝันเห็นวัวและรวงข้าว ก่อนเข้าเฝ้า โยเซฟต้องโกนหนวดเคราและเปลี่ยนเสื้อผ้าตามธรรมเนียมของ[1] แต่เขาไม่ฉวยโอกาสอวดอ้างตัวเอง กลับตอบฟาโรห์ในข้อ 16 ว่า "ไม่ใช่ข้าพเจ้าที่เป็นคนแก้ พระเจ้าจะให้คำตอบอันน่ายินดีแก่ฟาโรห์" (NTV) ภายในวันเดียว โยเซฟซึ่งเป็นนักโทษวัยสามสิบปีก็ได้รับแหวนตราของฟาโรห์ และก้าวขึ้นเป็นผู้ดูแลแผ่นดินอียิปต์ทั้งหมด
ต่อมาโยเซฟตั้งชื่อลูกชายสองคนว่า มนัสเสห์ (ลืม) เพราะพระเจ้าช่วยให้เขาลืมความทุกข์ยากและครอบครัวของบิดา และเอฟราอิม (เกิดผล) เพราะพระเจ้าให้เขาเกิดผลในแผ่นดินที่เคยลำบาก โยเซฟถือว่าทั้งสองอย่างมาจากพระเจ้า แต่ในบทถัดไป ครอบครัวที่เขาคิดว่าลืมไปแล้วกลับมายืนอยู่ตรงหน้า
เมื่อเกิดภัยกันดารอาหาร ส่งลูกชายสิบคนลงมาซื้อข้าวในอียิปต์ ในบทที่ 42 ข้อ 6 พวกพี่ ๆ ก้มกราบโยเซฟโดยจำเขาไม่ได้ ภาพนี้ตรงกับความฝันเรื่องฟ่อนข้าวในบทที่ 37 ซึ่งเคยทำให้พวกเขาเกลียดโยเซฟ ตอนนี้เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบปีแล้วนับจากวันที่พวกพี่ขายเขาไป[2] โยเซฟจำพวกพี่ได้ แต่พูดจาแข็งกร้าว กล่าวหาว่าพวกเขาเป็นสายลับ และสั่งให้พาน้องคนสุดท้องมาให้ดู ผู้เขียนไม่ได้บอกเหตุผลไว้ตรง ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนมองว่า โยเซฟกำลังทดสอบใจพี่ ๆ ว่าพวกเขาเปลี่ยนไปหรือยัง[3]
ท่าทีนี้สะกิดความรู้สึกผิดที่พวกพี่ ๆ ฝังใจมานาน พวกเขาสารภาพกันเองในข้อ 21 ว่า "ความจริงแล้ว เราผิดในเรื่องน้องชายของเรา" (NTV) โดยไม่รู้ว่าโยเซฟฟังเข้าใจทุกคำ เพราะที่ผ่านมาเขาพูดผ่านล่าม เมื่อได้ยินเช่นนั้น โยเซฟถึงกับต้องเดินเลี่ยงไปแอบร้องไห้ น้ำตานั้นบอกว่าความแข็งกร้าวนั้นไม่ได้มาจากความเกลียดชัง
มัทธิว 12:1-23 (Mt. 12:1-23)
เรื่องวันนี้เปิดฉากด้วยข้อขัดแย้งเรื่อง "วันสะบาโต" หรือวันพักประจำสัปดาห์ กล่าวหาว่าพวกสาวกทำผิดกฎ เพราะเด็ดรวงข้าวกินขณะเดินผ่านทุ่งนา ตามบทบัญญัติของโมเสส การเด็ดรวงข้าวจากนาคนอื่นมากินไม่ผิด[4] แต่พวกฟาริสีตีความว่าการเด็ดรวงข้าวคือการเก็บเกี่ยว และนั่นเป็นงานต้องห้ามในวันสะบาโต[5]
พระเยซูทรงตอบด้วยคำของผู้เผยพระวจนะโฮเชยาว่า "เราต้องการความเมตตา ไม่ต้องการเครื่องสักการะ" (NTV)[6] ถ้าพวกฟาริสีเข้าใจความหมายของคำนี้ ก็จะไม่กล่าวโทษคนที่ไม่มีความผิด แล้วพระองค์ตรัสต่อว่า "เพราะว่า บุตรมนุษย์ เป็นเจ้านายเหนือวันสะบาโต" (NTV) คำว่า "บุตรมนุษย์" คือคำที่พระเยซูใช้เรียกพระองค์เอง คำพูดนี้จึงหนักแน่นมาก เพราะพระเยซูทรงอ้างสิทธิ์ในการกำหนดว่าผู้คนควรถือวันสะบาโตอย่างไร[7]
บรรยากาศยิ่งตึงเครียดเมื่อพระเยซูเข้าไปในธรรมศาลาแล้วพบชายมือลีบคนหนึ่ง พวกฟาริสีไม่ได้เป็นห่วงชายคนนี้ แต่จงใจถามว่าการรักษาโรคในวันสะบาโตผิดกฎหรือไม่ เพื่อหาข้ออ้างฟ้องพระองค์ พระเยซูทรงย้อนถามว่า ถ้าแกะตกบ่อในวันสะบาโต ใครบ้างจะไม่ช่วยมันขึ้นมา คนย่อมมีค่ามากกว่าแกะตั้งเท่าไร แล้วทรงสรุปในข้อ 12 ว่า "ฉะนั้นการทำดีในวันสะบาโตถูกต้องตามกฎบัญญัติ" (NTV) จากนั้นทรงรักษามือของชายคนนั้นให้หายเป็นปกติ
พวกฟาริสีจึงออกไปวางแผนฆ่าพระองค์ พระเยซูทรงเลี่ยงออกจากที่นั่น แต่ยังรักษาผู้คนต่อไป และกำชับคนเหล่านั้นไม่ให้เที่ยวบอกคนอื่นว่าพระองค์เป็นใคร เหตุการณ์นี้เป็นไปตามคำของที่ว่า "ไม้อ้อที่หักแล้วท่านจะไม่ทำลาย ไส้ตะเกียงที่ริบหรี่ท่านจะไม่ทำให้ดับ" (NTV)[8] ไม้อ้อที่ช้ำเปรียบเหมือนคนยากจนและถูกกดขี่ พระเมสสิยาห์จะไม่ซ้ำเติมคนที่อ่อนแอ แต่จะรักษาและให้กำลังพวกเขา[9]
แหล่งอ้างอิง
- [1]“The Egyptians were accustomed to shave the head and beard, except in times of mourning” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 41:14
- [2]“It was about twenty-two years since they had sold their brother” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Genesis 42:21
- [3]“his object in all his seemingly harsh treatment was to get at their hearts, to test their affection toward Benjamin, and to bring them to repent of their unkindness to himself.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 42:6
- [4]“On any other day this would have been clearly lawful, for it was permitted, Deuteronomy 23:25.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 12:2
- [5]“To pluck ears of corn was in a sense, the Pharisees said, to reap, and to reap on the Sabbath day was forbidden and punishable by death.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 12:1
- [6]“Yet a third argument follows from the Old Testament (Hosea 6:6).” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 12:7
- [7]“He had a right to direct the manner of its observance” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 12:8
- [8]“Matthew here quotes a passage from Isaiah 42:1-4” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 12:20
- [9]“A bruised, broken reed is an emblem of the poor and oppressed. It means that he would not oppress the feeble and poor, as victorious warriors and conquerors did.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 12:20