เปลี่ยนวัน
ปฐมกาล 46-48 และ มัทธิว 13:1-30
ปฐมกาล 46-48 (Gen. 46–48)
พาครอบครัวลงไปอียิปต์ รวมกับลูกชายสองคนที่อยู่ที่นั่นแล้วมี 70 คน ระหว่างทาง ยาโคบแวะถวายเครื่องบูชาที่เบเออร์เชบา และพระเจ้าตรัสกับเขาในนิมิตว่า "อย่ากลัวที่จะลงไปยังประเทศอียิปต์ เพราะเราจะให้ประชาชาติหนึ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นมาจากตัวเจ้าที่นั่น" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนมองว่า ยาโคบต้องการขอการยืนยันจากพระเจ้าก่อน เพราะในบทที่ 26 พระเจ้าเคยห้ามอิสอัคผู้เป็นบิดาไม่ให้ลงไปอียิปต์[1]
โยเซฟสอนพี่ ๆ ให้บอกฟาโรห์ว่าพวกเขาเลี้ยงสัตว์มาตลอด เพราะชาวอียิปต์รังเกียจคนเลี้ยงแกะ ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนอธิบายว่า คนเลี้ยงสัตว์อาจฆ่าสัตว์ที่ชาวอียิปต์บูชา และชาวนามักไม่ชอบคนเร่ร่อนที่ปล่อยสัตว์มากินพืชผล[2] ครอบครัวของยาโคบจึงได้ตั้งรกรากในแผ่นดินโกเชน ทุ่งหญ้าที่เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ และยังได้อยู่แยกจากสังคมอียิปต์ด้วย[3] ความรังเกียจนี้จึงกลับช่วยไม่ให้ลูกหลานของยาโคบถูกกลืนเป็นชาวอียิปต์
บทที่ 47 เมื่อยาโคบเข้าเฝ้าฟาโรห์ แทนที่กษัตริย์จะเป็นฝ่ายให้พร ยาโคบผู้อพยพสูงวัยกลับเป็นฝ่ายอวยพรฟาโรห์ ยาโคบอายุ 130 ปี เกิน 120 ปีที่ชาวอียิปต์ถือว่าเป็นอายุยืนที่สุด ฟาโรห์จึงน่าจะรับพรด้วยความเคารพ[4] เมื่อฟาโรห์ถามอายุ ยาโคบตอบว่า "ข้าพเจ้ามีชีวิต 130 ปีซึ่งก็ได้อพยพเรื่อยมา แต่ไม่กี่ปีเอง และได้ฟันฝ่ามาโดยตลอด" (NTV) ยาโคบมองชีวิตที่ผ่านมาเป็นการเดินทางของคนต่างถิ่น[5]
บทที่ 48 ยาโคบรับลูกสองคนของโยเซฟมาเป็นลูกของตนเอง เท่ากับให้โยเซฟได้มรดกสองส่วน[6] แต่ในข้อ 14 ยาโคบจงใจไขว้มือ วางมือขวาบนผู้น้อง และมือซ้ายบนผู้พี่ เมื่อโยเซฟทักท้วง ยาโคบยืนยันว่า "พ่อรู้ ลูกเอ๋ย พ่อรู้" (NTV) ภาพนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ยาโคบเองก็เป็นน้องที่ได้รับพรเหนือเอซาวพี่ชาย
มัทธิว 13:1-30 (Mt. 13:1-30)
ในบทที่ 13 พระเยซูประทับบนเรือริมทะเลสาบ แล้วทรงเริ่มสอนด้วย "คำอุปมา" ซึ่งเป็นเรื่องเปรียบเทียบที่หยิบมาจากชีวิตประจำวัน เมื่อสาวกถามว่าทำไมจึงสอนแบบนี้ พระองค์ทรงตอบว่า "เพราะขณะที่กำลังมองดู พวกเขาก็มองไม่เห็น และขณะที่กำลังได้ยิน พวกเขาก็ไม่ได้ยิน หรือไม่เข้าใจ" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนอธิบายว่า คำอุปมาเป็นเหมือนม่านที่ปิดความจริงไว้จากคนที่ไม่คิดจะค้นหา[7] แต่สำหรับคนที่อยากเข้าใจและถามต่ออย่างพวกสาวก พระเยซูก็ทรงอธิบายให้ฟัง
ในอุปมาเรื่องแรก เมล็ดพืชถูกหว่านลงบนดินสี่แบบ ซึ่งดินแต่ละแบบเปรียบเหมือนใจของคนที่ได้ยินถ้อยคำของพระเจ้า เมล็ดที่ตกริมทางถูกนกจิกกินไป เมล็ดบนดินปนหินงอกเร็วแต่เหี่ยวไป เหมือนคนที่ล้มเลิกเมื่อเจอการข่มเหง ส่วนเมล็ดกลางพงหนามก็ถูกเบียดจนโตไม่ได้ด้วย "ความกังวลต่างๆ ในโลก และแรงดึงดูดของความร่ำรวย" (NTV) เมล็ดเหมือนกันทุกแห่ง สิ่งที่ต่างคือดินว่ารับเมล็ดไว้ได้ลึกแค่ไหน ดินดีที่เกิดผลร้อยเท่า หกสิบเท่า หรือสามสิบเท่า จึงหมายถึงคนที่ได้ยินและเข้าใจ
พระเยซูทรงเล่าต่อด้วยอุปมาเรื่องศัตรูที่แอบหว่านวัชพืชปนในนาข้าวสาลี เมื่อคนรับใช้ร้อนใจอยากรีบถอนทิ้ง เจ้าของนากลับห้ามไว้ในข้อ 29 ว่า "อย่าเลย เพราะหากว่าเจ้าถอนวัชพืชออก เจ้าอาจจะพลอยถอนข้าวดีไปด้วย" (NTV) ช่วงแรกที่งอก วัชพืชชนิดนี้หน้าตาคล้ายต้นข้าวสาลีจนแทบแยกไม่ออก[8] เจ้าของนาจึงให้ปล่อยทั้งสองอย่างโตด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว แล้วค่อยคัดแยก เรื่องนี้ชวนให้คิดว่าเหตุใดพระเจ้าจึงยังทรงปล่อยให้คนชั่วอยู่ปะปนกับคนดี ผู้อ่านจะได้ฟังพระเยซูอธิบายอุปมาเรื่องนี้ในบทอ่านครั้งต่อไป
แหล่งอ้างอิง
- [1]“seeking at Beer-sheba to obtain Divine approval for the descent into Egypt. Isaac had been forbidden to go down into Egypt (Genesis 26:2).” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 46:1
- [2]“not only did shepherds probably kill animals worshipped in different Egyptian districts, but their religion generally was diverse from that of the fixed population. But next, men who lead a settled life always dislike wandering clans, whose cattle are too likely to prey upon their enclosed land” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 46:34
- [3]“This he considers desirable, on two grounds: first, because Goshen was best suited for pasture; and secondly, because the chosen family would thus be comparatively isolated from Egyptian society.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 46:28
- [4]“for to an Egyptian 120 was the utmost limit of longevity. Jacob was now 130, and Pharaoh treats him with the greatest honour, and twice accepts his blessing.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 47:7
- [5]“"Pilgrimage" - sojourning, wandering without any constant abode or fixed holding.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 47:9
- [6]“In exalting his two sons into the rank and right of his brothers, he bestows upon them the double portion of the first-born.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 48:5
- [7]“the parable was a veil hiding the truth from them, because they did not seek the truth, and this was the working of the divine law of retribution.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 13:13
- [8]“in the earlier stages of its growth this weed very closely resembles wheat, indeed can scarcely be distinguished from it.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 13:29