กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 20 จาก 365 วัน20 มกราคม (January 20)

ปฐมกาล 49-50 และ มัทธิว 13:31-58

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

ปฐมกาล 49-50 (Gen. 49–50)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ก่อนสิ้นใจ เรียกลูกชายทั้งสิบสองคนมาบอกสิ่งที่จะเกิดกับแต่ละคนในอนาคต และการกระทำในอดีตก็ย้อนกลับมามีผลในคำพูดเหล่านี้ รูเบนลูกหัวปีเสียสิทธิของบุตรหัวปี เพราะเคยแอบหลับนอนกับภรรยาน้อยของยาโคบ (ข้อ 4)

ส่วนสิเมโอนกับเลวี ยาโคบสาปแช่งความโกรธที่ดุร้ายของทั้งคู่ และบอกว่าจะแยกพวกเขาให้ไปอยู่กระจัดกระจายในอิสราเอล (ข้อ 5–7) ซึ่งน่าจะหมายถึงการที่ทั้งสองฆ่าชาวเมืองเชเคมในบทที่ 34[1] ในหนังสือโยชูวาซึ่งจะได้อ่านปลายเดือนมีนาคม คำนี้เป็นจริงเมื่อแต่ละเผ่าได้รับดินแดน ลูกหลานของเลวีไม่มีดินแดนของตัวเอง ต้องอยู่กระจายตามเผ่าต่าง ๆ ส่วนลูกหลานของสิเมโอนได้ที่ดินที่อยู่ในเขตของเผ่ายูดาห์[2]

ส่วน คนที่เคยเสนอขาย แต่ภายหลังยอมเป็นทาสแทนเบนยามิน กลับได้รับคำสัญญาในข้อ 10 ว่า "คทาจะไม่หลุดไปจากยูดาห์" (NTV) คทาในที่นี้คือสัญลักษณ์อำนาจของผู้ปกครอง[3] ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนมองว่า ข้อนี้ชี้ไปถึงกษัตริย์ดาวิดและพระเมสสิยาห์ ที่จะสืบเชื้อสายมาจากยูดาห์[4]

เมื่อยาโคบสิ้นชีวิต แพทย์อียิปต์ใช้เวลาอาบน้ำยาศพ 40 วัน และชาวอียิปต์ไว้ทุกข์ 70 วัน[5] จากนั้นโยเซฟกับพี่ ๆ จึงนำร่างของบิดากลับไปฝังที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ ถ้ำที่อับราฮัมเคยซื้อไว้ฝังซาราห์ในบทที่ 23

หลังจากนั้นพวกพี่กลัวว่าโยเซฟจะแก้แค้น แต่โยเซฟตอบในข้อ 20 ว่า "พี่มีแผนชั่วร้ายกับเรา แต่พระเจ้าต่างหากที่ให้เกิดสิ่งดี" (NTV) พระเจ้าทรงเปลี่ยนแผนร้ายนั้นให้กลายเป็นการช่วยชีวิตคนจำนวนมาก ก่อนตาย โยเซฟกำชับให้ลูกหลานนำกระดูกของเขากลับไปคานาอัน หนังสือปฐมกาลจึงจบลงในอียิปต์ พร้อมความหวังว่าพระเจ้าจะพาพวกเขากลับไปยังแผ่นดินที่ทรงสัญญาไว้

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 13:31-58 (Mt. 13:31-58)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

บทอ่านวันนี้เล่าคำอุปมาเรื่องอาณาจักรแห่งสวรรค์ต่อจากบทก่อนหน้า เริ่มด้วยเมล็ดมัสตาร์ดที่เล็กจนคนสมัยนั้นใช้เป็นสำนวนเรียกของที่เล็กมาก[6] แต่กลับโตเป็นต้นไม้ใหญ่ ตามด้วยเชื้อยีสต์นิดเดียวที่ทำให้แป้งฟูทั้งก้อน ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนมองว่า พระเจ้าทรงเริ่มอาณาจักรของพระองค์จากสิ่งที่ดูต่ำต้อย เพื่อให้เห็นฤทธิ์อำนาจของพระองค์ชัดขึ้นเมื่ออาณาจักรนั้นเติบโตเกินคาด[7]

อุปมาสองเรื่องถัดมาบอกว่าอาณาจักรนี้มีค่ามากแค่ไหน ชายที่พบขุมทรัพย์ซ่อนในนา และพ่อค้าที่พบไข่มุกเม็ดงาม ต่างก็ยอมขายทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่พบ ข้อ 44 บอกว่าชายคนแรกไป "ขายทุกสิ่งที่ตนมีอยู่ เพื่อซื้อที่นานั้น" (NTV) ด้วยความยินดี เพราะในสายตาของเขา สิ่งที่ได้มามีค่ายิ่งกว่าทุกอย่างที่ยอมสละไป ส่วนอุปมาเรื่องอวนจับปลาเตือนว่า การแยกคนดีออกจากคนชั่วจะเกิดขึ้นในวันสิ้นยุค โดยมีทูตสวรรค์เป็นผู้คัดแยก (ข้อ 49)

ตอนท้ายของบท พระเยซูกลับไปสอนในเมืองที่พระองค์เติบโตมา แต่คนที่นั่นกลับสะดุดใจและถามว่า "ผู้นี้เป็นบุตรช่างไม้มิใช่หรือ" (NTV) พวกเขาคุ้นเคยกับครอบครัวของพระเยซูจนเห็นพระองค์เป็นแค่ลูกช่างไม้คนหนึ่ง ข้อ 58 จึงบอกผลที่น่าเศร้าว่า "พระองค์จึงไม่ได้กระทำสิ่งอัศจรรย์ที่นั่นมากเท่าใด ก็เนื่องมาจากความไม่เชื่อของพวกเขา" (NTV)

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“These two brothers were associated in the massacre of the Shechemites, to which reference is possibly here made in language of indignation.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 49:5
  2. [2]“One (Levi) was scattered up and down Palestine without territorial possession; and the other (Simeon) occupied territory in a limited area, enclosed within the tribe of Judah.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 49:7
  3. [3]“the staff of authority” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 49:10
  4. [4]“the lineal descendant of the royal line of David and of Judah, and was the Messiah” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 49:10
  5. [5]“"Forty days" were employed in the process of embalming; "seventy days," including the forty, were devoted to mourning for the dead.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 50:2
  6. [6]“the mustard seed was used proverbially of anything excessively minute.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 13:31
  7. [7]“the Lord opens his reign with a feeble and despicable commencement, for the express purpose, that his power may be more fully illustrated by its unexpected progress.” — John Calvin's Commentaries (Calvin Translation Society, 1843–55), on Matthew 13:31