กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 26 จาก 365 วัน26 มกราคม (January 26)

อพยพ 14-15 และ มัทธิว 17

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

อพยพ 14-15 (Ex. 14–15)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ในบทที่ 14 ชาวอิสราเอลตั้งค่ายอยู่ริมทะเล เมื่อเห็นกองทัพรถศึกของไล่กวดตามมา พวกเขาก็กลัวจนตัดพ้อว่า ยอมเป็นทาสในอียิปต์ยังดีกว่ามาตายในถิ่นทุรกันดาร (ข้อ 12) โมเสสตอบในข้อ 14 ว่า "พระผู้เป็นเจ้า จะเป็นผู้ต่อสู้ให้ท่าน เพียงแต่ท่านสงบนิ่งเอาไว้" (NTV) แต่พอถึงข้อ 15 พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า "จงบอกชาวอิสราเอลให้มุ่งหน้าต่อไป" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนอธิบายว่า สองข้อนี้ไม่ได้ขัดกัน เพราะโมเสสบอกให้ประชาชนอยู่นิ่ง ๆ เพื่อรอคำสั่งจากพระเจ้า และตอนนี้คำสั่งนั้นก็มาถึงแล้ว[1]

พอข้ามทะเลมาได้ บทที่ 15 ก็เปิดด้วยเพลงที่โมเสสและชาวอิสราเอลร้องถวายพระเจ้า ซึ่งเป็นบทเพลงแรกที่พระคัมภีร์บันทึกไว้[2] เนื้อเพลงในข้อ 3 ร้องว่า "พระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้ทำศึกสงคราม" (NTV) ซึ่งตรงกับคำของโมเสสในบทที่ 14 ข้อ 14 ประชาชนที่โมเสสเคยบอกให้อยู่นิ่ง ๆ ระหว่างที่พระเจ้าทรงสู้รบแทน ตอนนี้ต่างเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระองค์[3]

แต่เพียงสามวันหลังจากร้องเพลงนั้น ประชาชนก็หาน้ำดื่มไม่ได้ พอเจอน้ำที่มาราห์ (แปลว่า "ขม")[4] น้ำนั้นก็ขมจนดื่มไม่ได้ พวกเขาจึงบ่นต่อว่าโมเสสอีกครั้ง พระเจ้าทรงชี้ให้โมเสสเห็นท่อนไม้ท่อนหนึ่ง เมื่อโมเสสโยนไม้นั้นลงไป น้ำก็ดื่มได้ ข้อ 25–26 บอกว่าพระเจ้าทรงวางกฎเกณฑ์และทดสอบพวกเขาที่นั่น พร้อมทรงสัญญาว่า ถ้าพวกเขาเชื่อฟัง พระองค์จะไม่ให้โรคภัยที่เคยเกิดกับชาวอียิปต์ตกมาถึงพวกเขา เพราะ "เราคือ พระผู้เป็นเจ้า ผู้รักษาโรคของเจ้า" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์รุ่นก่อนบางคนอธิบายว่า เหมือนที่พระเจ้าทรงทำให้น้ำขมกลับดื่มได้ พระองค์ก็จะทรงรักษาประชากรของพระองค์ด้วย ถ้าพวกเขาเชื่อฟังพระบัญญัติ[5]

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 17 (Mt. 17)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

หกวันหลังจากประกาศว่าพระเยซูคือพระคริสต์ (มัทธิว 16) พระเยซูพาเปโตร และขึ้นภูเขาสูง ใบหน้าของพระเยซูเปล่งแสงราวดวงอาทิตย์ แล้วกับ (ผู้เผยพระวจนะคนสำคัญ ซึ่งเราจะได้อ่านเรื่องของเอลียาห์ในเดือนพฤษภาคม) ก็ปรากฏขึ้นสนทนากับพระองค์ ทั้งสองเป็นตัวแทนของธรรมบัญญัติที่พระเจ้าประทานผ่านโมเสส กับบรรดาผู้เผยพระวจนะ[6]

เปโตรเสนอจะสร้างกระโจมให้พระเยซู โมเสส และเอลียาห์ คนละหลัง (ข้อ 4) ขณะที่เปโตรยังพูดอยู่ เสียงจากเมฆก็ประกาศว่าพระเยซูเป็นพระบุตรที่พระเจ้ารัก เหมือนตอนที่พระเยซูรับบัพติศมา (มัทธิว 3:17) แต่ครั้งนี้มีคำสั่งเพิ่มว่า "จงฟังท่านเถิด" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า เสียงนี้คือคำตอบต่อข้อเสนอของเปโตร ให้สาวกฟังพระเยซูเพียงผู้เดียว ไม่ใช่โมเสสหรือเอลียาห์[7] พอสาวกเงยหน้าขึ้น (ข้อ 8) ก็เห็นแต่พระเยซู

ที่เชิงเขา พ่อคนหนึ่งพาลูกชายที่เป็นโรคลมชักมาหาพระเยซู หลังสาวกรักษาไม่สำเร็จ พระเยซูขับมารออก และเด็กก็หายดี (ข้อ 18) เมื่อสาวกถามว่าทำไมพวกเขาทำไม่ได้ พระเยซูตอบว่าเพราะความเชื่อของพวกเขามีน้อย ถ้ามีความเชื่อแม้เพียงเท่าเมล็ดเล็กจิ๋ว ก็สั่งภูเขาให้ย้ายได้ การย้ายภูเขาเป็นสำนวนของคนยุคนั้น หมายถึงทำให้อุปสรรคใหญ่หายไป[8]

คนเก็บภาษีถามเปโตรว่าพระเยซูจ่ายภาษีพระวิหาร 2 ดร๊าคม่า (ข้อ 24) หรือไม่ ชายอิสราเอลอายุ 20 ปีขึ้นไปต้องจ่ายคนละเท่านี้[9] พระเยซูชี้ว่ากษัตริย์เก็บภาษีจากคนอื่น แต่ "ลูกๆ ไม่ต้องจ่าย" (NTV) ผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายว่า พระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้าอย่างที่เปโตรเพิ่งประกาศ จึงไม่ต้องจ่ายภาษีให้พระวิหารของพระบิดา[10] แต่พระเยซูก็ยังจ่าย โดยตรัสว่า "เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเรา" (NTV) เหรียญสตาเตในปากปลามีค่า 4 ดร๊าคม่า พอดีกับภาษีของพระเยซูและเปโตร[11]

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“Moses bid them stand still and expect orders from God: and now orders are given.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 14:15
  2. [2]“Which is the first song recorded in Scripture” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Exodus 15:1
  3. [3]“those that were to hold their peace while the deliverance was in working (Exo 14:14) must not hold their peace now that it was wrought” — Matthew Henry's Commentary on the Whole Bible (1706), on Exodus 15:1
  4. [4]“The name of it was called Marah - That is, Bitterness.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 15:23
  5. [5]“He promised that, as He had healed the waters, so, if the Israelites would henceforth faithfully keep His commandments, He would “heal” them” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Exodus 15:25
  6. [6]“The representatives of the Law and the Prophets.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 17:3
  7. [7]“a full answer is returned him by a voice from the Father; directing him and his fellow disciples, to attend to Jesus only, and not to Moses and Elias” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Matthew 17:5
  8. [8]“Such expressions are characteristic of the vivid imagery of Eastern speech generally. To “remove mountains” is to make difficulties vanish.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 17:20
  9. [9]“the former was the Temple-rate, paid by every male Israelite above the age of twenty (Exodus 30:13-16; 2Chronicles 24:9). It was fixed at a half-shekel a head, and the shekel being reckoned as equal to four Attic drachmæ, was known technically as the didrachma” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Matthew 17:24
  10. [10]“The deduction is, “Shall He whom thou hast rightly named the Son of God pay tribute to the Temple of his Father?”” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 17:26
  11. [11]“of the value of four drachmas, or one shekel, and of course sufficient to pay the tribute for two” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 17:27