กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 4 จาก 365 วัน4 มกราคม (January 4)

ปฐมกาล 10-12 และ มัทธิว 4

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

ปฐมกาล 10-12 (Gen. 10–12)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

บทที่ 10 เล่าภาพรวมของผู้คนที่กระจายตัวไปสร้างบ้านเมืองหลังน้ำท่วม พอถึงบทที่ 11 เรื่องก็มาเจาะที่การสร้าง ผู้คนรวมตัวกันในที่ราบชินาร์เพื่อสร้างเมืองกับหอคอยสูงเทียมฟ้า โดยตั้งใจจะ "สร้างชื่อเสียงให้ตัวเราเอง" (NTV) พวกเขาพยายามสร้างความมั่นคงด้วยตัวเองและยกตัวขึ้นแทนพระเจ้า[1] พระเจ้าจึงทรงทำให้ภาษาของพวกเขาสับสนจนสื่อสารกันไม่ได้ และผู้คนก็กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินโลก

แต่พอเข้าบทที่ 12 เรื่องราวก็เปลี่ยนทิศ จากคนทั้งโลก พระเจ้าทรงเลือกชายธรรมดาวัย 75 ปีชื่อ ซึ่งภายหลังรู้จักในชื่อ อับรามมีภรรยาชื่อที่เป็นหมัน พระเจ้าทรงเรียกให้อับรามละทิ้งบ้านเกิดและญาติไปยังดินแดนที่ไม่คุ้นเคย พร้อมคำสัญญาในข้อ 3 ว่า "มนุษย์ทั้งปวงในโลกจะได้รับพรโดยผ่านเจ้า" (NTV)

ที่บาเบล มนุษย์พยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง แต่คราวนี้พระเจ้ากลับสัญญาว่าจะสร้างชื่อเสียงให้อับราม[2] เพื่อให้อับรามนำพรไปสู่คนอื่น อับรามจึงเชื่อฟัง พาซารายและหลานชายชื่อออกเดินทางสู่

แต่เมื่อถึงคานาอันได้ไม่นาน ก็เกิดความอดอยาก (บทที่ 12 ข้อ 10) จนอับรามต้องพาครอบครัวลี้ภัยไป อับรามกลัวตาย จึงบอกให้ซารายพูดว่าเป็นน้องสาวเพื่อปิดบังว่าเป็นภรรยา ซึ่งจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะซารายเป็นน้องต่างมารดา[3] ผลคือซารายถูกพาเข้าวังของฟาโรห์ (กษัตริย์อียิปต์)[4] พระคัมภีร์ไม่ได้ปิดบังความล้มเหลวของบุคคลสำคัญ[5] แม้อับรามจะทำผิด แผนการของพระเจ้าก็ไม่ล้มเหลว พระองค์ยังทรงปกป้องซารายและช่วยครอบครัวไว้

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 4 (Mt. 4)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ในบทก่อนหน้า พระเยซูทรงรับบัพติศมาและมีเสียงรับรองจากสวรรค์ แต่พอถึงบทที่ 4 บรรยากาศกลับเปลี่ยนทันที เมื่อพระวิญญาณทรงนำเข้าสู่ถิ่นทุรกันดารอันแห้งแล้งเพื่อเผชิญการทดลองจาก (ในข้อ 10 พระเยซูเรียกพญามารว่า "ซาตาน") หลังจากการอดอาหาร 40 วัน 40 คืน พระเยซูทรงหิวมาก พญามารฉวยจังหวะนี้เข้ามาล่อลวงพระองค์[6] ไม่ว่าจะเป็นความหิว การท้าทายให้กระโดดจากยอดพระวิหาร (ศูนย์กลางการนมัสการของชาวยิวในกรุงเยรูซาเล็ม)[7] เพื่อพิสูจน์การปกป้องของพระเจ้า หรือการเสนอให้ครอบครองอาณาจักรทั้งโลก แลกกับการ "ก้มลงนมัสการเรา" (NTV)

พระเยซูไม่ทรงใช้ฤทธิ์เดชเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว[8] แต่ทรงตอบทุกครั้งด้วยถ้อยคำของพระเจ้าที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ เช่น เมื่อถูกยั่วให้เสกก้อนหินเป็นอาหาร พระองค์ตรัสตอบว่า "มนุษย์มิอาจยังชีพได้ด้วยขนมปังเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ได้ด้วยทุกถ้อยคำที่กล่าวจากปากของพระเจ้า" (NTV) ในขณะที่มนุษย์คู่แรกในพ่ายแพ้ต่อการล่อลวงเรื่องของกิน[9] พระเยซูกลับเลือกวางใจในพระเจ้า

เมื่อการทดลองสิ้นสุดลง พระเยซูทรงเริ่มต้นภารกิจด้วยการประกาศถ้อยคำเดียวกับว่า "จงกลับใจ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล้จะมาถึงแล้ว" (NTV)

พระเยซูไม่ได้ไปเมืองหลวงเพื่อรวบรวมคนมีความรู้ แต่เสด็จไปยัง แล้วตรัสเรียกชาวประมงธรรมดาสี่คน[10] คือซีโมน () และ (คนละคนกับยอห์นผู้ให้บัพติศมา) ว่า "จงตามเรามาเถิด และเราจะสอนให้เจ้าเป็นชาวประมงที่นำฝูงชนมาหาเรา" (NTV) พวกเขาทิ้งแหและเรือติดตามพระองค์ทันที จากนั้นพระเยซูเสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี สั่งสอนและรักษาคนป่วย จนชื่อเสียงของพระองค์เลื่องลือไปไกล

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“This is the language of pride in man, who wishes to know nothing above himself, and to rise beyond the reach of an over-ruling Providence.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 11
  2. [2]“The blessing of Abram, in its spiritual influence upon the world, will be of more enduring renown than any of the material forces of the world.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 12:2
  3. [3]“True literally, as Sarai was Terah’s daughter (Genesis 20:12), but absolutely false, as it implied that she was wholly his sister, and therefore not his wife.” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Genesis 12:13
  4. [4]“Pharaoh is not a proper name, but the title of the Egyptian king.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 12:15
  5. [5]“simply to record the actions of its characters with faithfulness” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Genesis 12:10
  6. [6]“he came when Jesus, after having fasted forty days and forty nights, was hungry” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Matthew 4:3
  7. [7]“Jerusalem, called holy because the temple was there, and because it was the place of religious solemnities.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 4:5
  8. [8]“Jesus will not glorify Himself in the eyes of the Jews by a conspicuous miracle.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Matthew 4:7
  9. [9]“When the first Adam was created he was subjected to the temptation of the devil, and he fell and involved the race in ruin” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 4:1
  10. [10]“Instead of seeking the rich and the learned, he chose to minister to the needy, the ignorant, and the contemned.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 4:16