กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 31 จาก 365 วัน31 มกราคม (January 31)

อพยพ 25-26 และ มัทธิว 20:17-34

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

อพยพ 25-26 (Ex. 25–26)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

หลังจากพิธีสถาปนาพันธสัญญา เรื่องราวเปลี่ยนจากข้อกฎหมายมาสู่แบบแปลนของ ผู้อ่านใหม่อาจสงสัยว่า เหตุใดพระเจ้าผู้เพิ่งเขย่าภูเขาซีนายด้วยฟ้าแลบและเปลวเพลิง จึงทรงต้องการกระโจมหลังหนึ่ง คำตอบอยู่ในบทที่ 25 ข้อ 8 เมื่อพระองค์ตรัสกับว่า "ให้พวกเขาสร้างที่พำนักให้เรา เราจะได้อยู่ท่ามกลางพวกเขา" (NTV) พระเจ้าไม่ได้ต้องการวิหารที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ทรงประสงค์จะร่วมเดินทางเคียงข้างประชากรของพระองค์[1] และสังเกตว่าวัสดุล้ำค่าทั้งหมดไม่ได้มาจากการเกณฑ์บังคับ พระองค์ทรงรับเฉพาะของถวายที่มอบด้วยใจจริง[2] เพราะความสัมพันธ์ที่แท้จริงย่อมเริ่มจากความเต็มใจ

ศูนย์กลางของกระโจมคือ ด้านบนมี "ฝาหีบแห่งการชดใช้บาป" ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ขนาบด้วยสองตน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตจากสวรรค์ที่กางปีกโน้มเข้าหากัน[3] ต่างจากวิหารของชนชาติโบราณที่ตั้งรูปปั้นเทพเจ้าไว้ภายใน เหนือฝาหีบของอิสราเอลกลับเป็นพื้นที่ว่างสำหรับที่ประทับอันมองไม่เห็น โดยพระองค์ตรัสว่า "เราจะพบกับเจ้าที่นั่น" (NTV) การที่ฝาแห่งการชดใช้บาปวางอยู่เหนือแผ่นศิลาบัญญัติ สื่อว่าพระเมตตาทรงปกคลุมข้อเรียกร้องของกฎบัญญัติ[4] และคานหามไม้หุ้มทองคำต้องสอดไว้ในห่วงตลอดเวลาโดยห้ามถอดออก[5] เตือนใจว่านี่คือพระเจ้าที่พร้อมจะออกเดินทางไปกับประชากรเสมอ

ในบทที่ 26 เมื่ออ่านรายละเอียดของม่านและโครงไม้ อย่าเพิ่งท้อกับตัวเลขและวัสดุ แต่ให้สังเกตการแบ่งระดับความศักดิ์สิทธิ์อย่างประณีต ม่านกั้นผืนหนาปักลายเครูบทำหน้าที่ "แยกระหว่างวิสุทธิสถานกับอภิสุทธิสถาน" (NTV) คือแยกห้องบริสุทธิ์ออกจากห้องที่บริสุทธิ์ที่สุด[6] ม่านนี้เตือนให้มนุษย์ที่มีมลทินตระหนักถึงระยะห่างระหว่างตนกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า คำถามคือ เมื่อพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงยอมลดพระองค์ลงมาสถิตใกล้เรา เราจะจัดเตรียมพื้นที่ในชีวิตเพื่อต้อนรับพระองค์อย่างไร

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 20:17-34 (Mt. 20:17-34)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ระหว่างทางขึ้นสู่กรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูทรงพาสาวกสิบสองไปพูดตามลำพัง และทรงบอกล่วงหน้าว่าพระองค์จะถูกมอบตัว ถูกกล่าวโทษ ถูกตรึงบนไม้กางเขน และจะฟื้นคืนชีวิตในวันที่สาม ทว่าทันทีหลังจากนั้น มารดาของและกลับเข้ามาทูลขอให้บุตรทั้งสองได้นั่งข้างซ้ายและขวาในอาณาจักรของพระองค์ ความตัดกันอย่างสิ้นเชิงนี้เผยว่าเหล่าสาวกยังไม่เข้าใจสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า พวกเขายังคิดถึงอาณาจักรแบบโลกที่เต็มไปด้วยตำแหน่งและเกียรติยศ[7] ในขณะที่พระอาจารย์กำลังมุ่งหน้าสู่การเสียสละชีวิต

เมื่อสาวกอีกสิบคนรู้เรื่อง ความไม่พอใจก็ปะทุขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วเผยว่าทุกคนต่างอยากได้ตำแหน่งนั้นเหมือนกัน พระเยซูจึงทรงฉวยโอกาสนี้พลิกนิยามความยิ่งใหญ่ของโลก ในข้อ 26 พระองค์ตรัสว่า "ใครก็ตามที่อยากจะเป็นใหญ่ในพวกเจ้าต้องเป็นผู้รับใช้ของเจ้า" (NTV) ในสายตาของพระเจ้า ความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่คอยรับใช้เรา แต่วัดจากความเต็มใจที่เราก้มลงรับใช้ผู้อื่น และพระองค์เองทรงเป็นแบบอย่างสูงสุดตามข้อ 28 ว่า "แม้แต่ บุตรมนุษย์ ก็ไม่ได้มาเพื่อให้ผู้ใดรับใช้ แต่มาเพื่อจะรับใช้ และเพื่อมอบชีวิตของท่านให้เป็นค่าไถ่แก่คนจำนวนมาก" (NTV)

ตอนท้ายของบท บทเรียนนี้ถูกตอกย้ำด้วยชายตาบอดสองคนริมทางเมืองเยรีโค แม้ฝูงชนจะดุให้เงียบ แต่พวกเขากลับตะโกนเรียก "พระองค์ท่าน บุตรของดาวิด โปรดเมตตาพวกเราด้วย" (NTV) เมื่อทรงสงสารและแตะตาของพวกเขา ทั้งสองก็มองเห็นและติดตามพระองค์ไปทันที น่าคิดว่าคนตาบอดกลับมองเห็นว่าพระเยซูคือใคร ขณะที่คนตาดีและเหล่าสาวกกลับมืดบอดฝ่ายวิญญาณ ความมืดบอดแบบนี้มักซ่อนตัวจนเราไม่รู้ตัวว่าตนเองมองไม่เห็น[8] ลองสำรวจใจดูว่า ในการติดตามพระองค์ เรากำลังแสวงหาตำแหน่งและผลประโยชน์ หรือปรารถนาให้พระองค์เปิดตาฝ่ายวิญญาณ

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“not of a fixed and stable but of a temporary and movable description, capable of being carried about with them in their various sojournings” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 25:9
  2. [2]“The public service of Yahweh was to be instituted by freewill offerings, not by an enforced tax” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Exodus 25:2
  3. [3]“It is supposed these were designed to represent the holy angels, (who always attend the Shechinah, or divine majesty,)” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 25:18
  4. [4]“has fully answered all the demands of the law, covers our transgressions, and comes between us and the curse of a violated law” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 25:17
  5. [5]“always remain in the rings, whether the ark be at rest or in motion” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 25:15
  6. [6]“one for a partition between the holy place and the most holy, which not only forbad any to enter, but so much as to look into the holiest of all” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 26:31
  7. [7]“Still they expected a temporal kingdom” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 20:21
  8. [8]“Blindness of heart is a disorder of which, men seldom complain, or from which they desire to be delivered; and it is one property of this blindness, to keep the person from perceiving it, and to persuade him that his sight is good” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Matthew 20:30