กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 34 จาก 365 วัน3 กุมภาพันธ์ (February 3)

อพยพ 31-33 และ มัทธิว 22:1-22

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

อพยพ 31-33 (Ex. 31–33)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ในบทที่ 31 พระเจ้าทรงเลือกช่างฝีมือ และตรัสว่าเราได้ให้เขา "เปี่ยมด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า" (NTV) เพื่อทำงานช่างทุกชนิด[1] การที่ช่างฝีมือได้รับพระวิญญาณเต็มเปี่ยมเพื่อทำงานช่าง เผยว่าความเชี่ยวชาญในงานฝีมือก็เป็นของประทานจากพระเจ้าเช่นกัน ก่อนจะทรงมอบแผ่นศิลา พระองค์ยังกำชับให้รักษาวันสะบาโต ว่าการหยุดพักก็เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญา

แต่เรื่องราวดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในบทที่ 32 เมื่อโมเสสอยู่บนภูเขานาน ประชาชนกระวนกระวายจนขอให้หล่อลูกโคทองคำขึ้นนำทาง ทั้งที่เพิ่งเห็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า พวกเขากลับทนรอพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ไหว จึงสร้างสิ่งที่จับต้องได้ขึ้นมาแทน เมื่อลงมาเห็นการฉลองรูปเคารพ ท่านโยนแผ่นศิลาพระบัญญัติทิ้งจนแตกที่เชิงภูเขา เป็นการประกาศว่าพันธสัญญาที่เพิ่งรับมาได้ถูกฉีกขาดลงแล้ว[2]

ท่ามกลางความล้มเหลวนี้ หัวใจของโมเสสโดดเด่น ผู้ทูลวิงวอนในข้อ 32 ว่า "หากไม่ ก็ขอโปรดลบชื่อข้าพเจ้าออกจากหนังสือที่พระองค์บันทึก" (NTV) ท่านยอมสละแม้แต่ชื่อของตนเพื่อประชาชนที่ดื้อรั้น เป็นภาพบอกใบ้ล่วงหน้าถึงพระเยซูผู้จะสละพระชนม์เพื่อไถ่ผู้คน[3]

ในบทที่ 33 พระเจ้าตรัสว่าอิสราเอลไปถึงคานาอันได้ แต่พระองค์จะไม่เสด็จไปด้วย เพราะความดื้อรั้นจะทำให้พวกเขาถูกทำลายระหว่างทาง ประชาชนโศกเศร้าจนถอดเครื่องประดับออกทั้งหมด ตรงนี้โมเสสทูลสิ่งที่สำคัญที่สุดในข้อ 15 ว่า "ถ้าพระองค์ไม่ไปกับข้าพเจ้า ก็ขออย่าให้พวกข้าพเจ้าต้องออกไปจากที่นี่เลย" (NTV) สำหรับท่าน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไม่มีความหมายหากขาดพระเจ้า เพราะสิ่งที่ทำให้อิสราเอลต่างจากชนชาติอื่นคือการสถิตอยู่ของพระองค์[4] คำถามคือ สิ่งที่เราปรารถนาที่สุดคือชีวิตที่สะดวกสบาย หรือคือการมีพระเจ้าอยู่ด้วยในทุกวัน

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 22:1-22 (Mt. 22:1-22)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

คำอุปมาเรื่องงานเลี้ยงสมรสเปิดด้วยภาพกษัตริย์ที่จัดงานใหญ่ให้พระโอรส แต่แขกที่ได้รับเชิญกลุ่มแรกกลับเพิกเฉย บางคนไปทำไร่ทำการค้า บางคนถึงกับทำร้ายคนรับใช้ แขกกลุ่มแรกนี้หมายถึงชาวยิวที่ได้รับเลือกก่อน[5] แต่พวกเขามองข้ามคำเชิญเพราะห่วงผลประโยชน์ของตน เมื่อแขกเหล่านั้นปฏิเสธ กษัตริย์จึงสั่งให้ไปเชิญทุกคนตามทางแยก ทั้งคนดีและคนชั่ว จนห้องเลี้ยงเต็ม ประตูของอาณาจักรจึงเปิดกว้างให้ทุกคนที่ตอบรับ

เรื่องราวกลับมีจุดหักมุม เมื่อกษัตริย์พบชายคนหนึ่งที่ไม่ได้สวมเสื้อสำหรับงานสมรส จึงสั่งให้ขับออกไปในความมืด การลงโทษนี้อาจดูรุนแรงเกินไป แต่ในวัฒนธรรมตะวันออกโบราณ เจ้าภาพมักจัดเตรียมชุดไว้ให้แขกทุกคน[6] ชายคนนี้มีชุดให้สวมอยู่แล้ว แต่เลือกที่จะไม่สวม จึงเป็นการดูหมิ่นเจ้าภาพ พระเยซูสรุปหัวใจของเรื่องในข้อ 14 ว่า "เพราะคนจำนวนมากได้รับเชิญ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับเลือก" (NTV) คำเชิญของพระเจ้าเปิดให้ทุกคน แต่การเข้าสู่อาณาจักรต้องยอมรับความชอบธรรมที่พระองค์จัดเตรียมไว้ให้

ครึ่งหลังของบท จับมือกับพรรคของเฮโรด ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนการปกครองของโรมัน[7] ทั้งสองฝ่ายวางกับดักถามเรื่องการเสียภาษีให้ซีซาร์ คำถามนี้ตอบอย่างไรก็มีปัญหา ถ้าตอบว่าควรจ่าย ประชาชนจะมองว่าพระองค์เข้าข้างผู้กดขี่ ถ้าตอบว่าไม่ควร ก็จะถูกจับข้อหากบฏ

พระเยซูจึงขอดูเหรียญเดนาริอัน แล้วตรัสในข้อ 21 ว่า "สิ่งที่เป็นของซีซาร์ก็จงให้แก่ซีซาร์ และสิ่งที่เป็นของพระเจ้าก็จงให้แด่พระเจ้า" (NTV) เหรียญนั้นมีตราประทับของซีซาร์จึงเป็นของซีซาร์ ส่วนมนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า ชีวิตทั้งหมดจึงเป็นของพระองค์[8] เราได้ถวายชีวิตส่วนที่เป็นของพระองค์คืนแด่พระองค์แล้วหรือยัง

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“Skill in common employments is the gift of God” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 31:3
  2. [2]“in token that as they had so soon departed from their covenant relation” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 32:19
  3. [3]“But Christ actually died for His people (Ro 5:8).” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 32:32
  4. [4]“He speaks as one that dreaded the thought of going forward without God's presence.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 33:15
  5. [5]“here meaning the Jews, who were "bidden," from the first choice of them onwards through every summons addressed to them by the prophets” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 22:3
  6. [6]“it was the custom of the person who made the feast to prepare such robes to be worn by the guests” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:11
  7. [7]“Herod, who had received the kingdom of Judea by appointment of the Romans, maintained that the law of Moses referred only to a voluntary choice of a king” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:16
  8. [8]“That they should give their hearts, lives, property, and influence all to God, as his due.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:21