กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 35 จาก 365 วัน4 กุมภาพันธ์ (February 4)

อพยพ 34-35 และ มัทธิว 22:23-46

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

อพยพ 34-35 (Ex. 34–35)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

หลังจากลูกโคทองคำทำให้แผ่นศิลาชุดแรกแตกสลาย บทที่ 34 เปิดด้วยการเริ่มต้นใหม่ เมื่อพระเจ้าทรงเรียกขึ้นภูเขาอีกครั้งพร้อมแผ่นศิลาใหม่ และทรงประกาศพระลักษณะของพระองค์เองในข้อ 6 ว่า "พระผู้เป็นเจ้า พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความสงสารและความเมตตา ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักอันมั่นคงและความสัตย์จริง" (NTV) ถ้อยคำนี้กลายเป็นคำนิยามพระทัยของพระเจ้าที่จะปรากฏชัดตลอดประวัติศาสตร์ของประชากรของพระองค์[1] พันธสัญญาเริ่มใหม่ได้เพราะพระทัยที่พร้อมให้อภัยของพระเจ้า

เมื่อโมเสสลงจากภูเขา ผิวหน้าของท่านเปล่งประกายจนประชาชนไม่กล้าเข้าใกล้ ท่านต้องใช้ผ้าคลุมหน้าไว้เมื่อพูดคุยกับพวกเขา[2] ผ้าคลุมหน้านั้นยังเป็นภาพว่ายุคนั้นยังไม่เข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทำได้อย่างชัดเจน[3] รัศมีนั้นเป็นเพียงแสงสะท้อนจากพระสิริของพระเจ้าที่ท่านได้อยู่ใกล้ชิด การใช้เวลากับพระเจ้าจึงทิ้งร่องรอยไว้ในชีวิตของเรา และคนรอบข้างมักสัมผัสได้ก่อนที่เราจะรู้ตัว

ในบทที่ 35 เรื่องราวเปลี่ยนมาสู่การลงมือสร้างกระโจมที่พำนัก ประชาชนต่างนำทองคำและเครื่องประดับมาถวายด้วยความสมัครใจ[4] ตามที่ข้อ 21 กล่าวว่า "มีใจปรารถนาและได้รับการดลใจ" (NTV) และเพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ลูกโคทองคำ การถวายครั้งนี้จึงเป็นการคืนของล้ำค่าให้พระเจ้า[5] พระองค์ยังทรงให้ช่างฝีมืออย่างและเปี่ยมด้วยพระวิญญาณเพื่อทำงานช่าง ลองสำรวจใจดูว่า สิ่งของและความสามารถที่อยู่ในมือเรา เรากำลังใช้เพื่อตัวเอง หรือนำมาถวายเพื่อที่ประทับของพระเจ้า

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 22:23-46 (Mt. 22:23-46)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

การเผชิญหน้าระหว่างพระเยซูกับผู้นำศาสนายังคงเข้มข้น คราวนี้เข้ามาตั้งคำถาม พวกเขาเป็นกลุ่มชนชั้นสูงที่มีอิทธิพลในพระวิหาร แต่ปฏิเสธเรื่องการฟื้นคืนชีวิต[6] จึงยกเรื่องสมมุติสุดโต่งเรื่องหญิงที่แต่งงานกับพี่น้องเจ็ดคน เพื่อทำให้ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายดูไร้สาระ แต่พระเยซูตรัสในข้อ 29 ว่า "ท่านผิดแล้ว ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และอานุภาพของพระเจ้า" (NTV)

แล้วทรงชี้กลับไปยังถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสกับโมเสสที่พุ่มไม้ที่ลุกเป็นไฟว่า "เราเป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ" (NTV) จุดสำคัญอยู่ที่คำว่า "เป็น" แม้ทั้งสามจะจากโลกนี้ไปนานแล้ว พระเจ้ายังตรัสว่าทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา[7] ปัญหาของพวกเขาคือการนำข้อจำกัดของโลกนี้ไปตัดสินเรื่องของพระเจ้า

เมื่อพวกสะดูสีนิ่งไป จึงส่งผู้เชี่ยวชาญกฎบัญญัติมาทดสอบต่อ ด้วยคำถามที่อาจารย์ยิวถกเถียงกันมานานว่า บัญญัติข้อใดสำคัญที่สุด[8] พระเยซูทรงรวบความทั้งหมดไว้ที่ความรัก โดยตรัสในข้อ 37 ว่า "จงรักพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านอย่างสุดดวงใจ สุดดวงจิต และสุดความคิดของท่าน" (NTV) พร้อมกับบัญญัติข้อที่สองคือรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ศาสนาจึงเริ่มจากความสัมพันธ์แห่งความรักต่อพระเจ้า ซึ่งล้นออกมาเป็นการปฏิบัติต่อคนรอบข้าง

ตอนท้าย พระเยซูทรงเป็นฝ่ายย้อนถามว่า พระคริสต์เป็นบุตรของผู้ใด เมื่อพวกเขาตอบตามกรอบคิดเดิมว่าเป็น "บุตรของดาวิด" พระองค์จึงยกข้อเขียนของขึ้นมาถามว่า ถ้าเป็นเพียงลูกหลาน เหตุใดกษัตริย์ดาวิดจึงเรียกพระองค์ว่า "พระผู้เป็นเจ้า"[9] คำถามนี้ชี้ว่าพระเมสสิยาห์ทรงยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ในสายราชวงศ์ ดาวิดเองยังเรียกพระองค์ว่าพระผู้เป็นเจ้า ข้อน่าคิดคือ ในการติดตามพระเยซู เราจำกัดพระองค์ให้อยู่ในกรอบที่เราคุ้นเคย หรือยอมรับพระองค์เป็นพระผู้เป็นเจ้าเหนือชีวิต

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“attributes that were to be illustriously displayed in the future history and experience of the church” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 34:6
  2. [2]“It was an intimation of the exalted presence into which he had been admitted and of the glory he had witnessed” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 34:29
  3. [3]“This veil signified the darkness of that dispensation” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 34:33
  4. [4]“It was from a principle of love to God, and his service” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 35:21
  5. [5]“the remembrance of their recent transgression” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 35:21
  6. [6]“the Sadducees not only denied this, but also a future state, and the separate existence of the soul after death altogether” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:23
  7. [7]“therefore, Abraham, Isaac, and Jacob are not dead, but living” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 22:32
  8. [8]“The Jews are said to have divided the law into "greater and smaller" commandments. Which was of the greatest importance they had not determined.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:36
  9. [9]“David, the most mighty king of Israel - being his Lord, at the same time that he was his descendant.” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 22:45