เปลี่ยนวัน
อพยพ 39-40 และ มัทธิว 23:23-39
อพยพ 39-40 (Ex. 39–40)
การสร้างเครื่องแต่งกายของปุโรหิตและชิ้นส่วนทั้งหมดของกระโจมที่พำนักดำเนินมาจนเสร็จในบทที่ 39 งานชิ้นหนึ่งที่ประณีตเป็นพิเศษคือแผ่นทองคำบริสุทธิ์ที่สลักคำว่า "บริสุทธิ์สำหรับ พระผู้เป็นเจ้า" (NTV) ติดไว้ที่ผ้าโพกของมหาปุโรหิต หากสังเกตจะพบวลีหนึ่งถูกกล่าวซ้ำอยู่เป็นระยะว่า "ประชาชนชาวอิสราเอลได้กระทำทุกสิ่งดังที่ พระผู้เป็นเจ้า ได้บัญชาโมเสส" (NTV) การย้ำเช่นนี้ยืนยันว่าหลังจากบทเรียนเรื่องลูกโคทองคำ ประชาชนได้เรียนรู้ที่จะเชื่อฟังในทุกรายละเอียด[1] เมื่อตรวจดูงานทั้งหมดและเห็นว่าตรงตามแบบ ท่านจึงอวยพรพวกเขา
ในบทที่ 40 กระโจมที่พำนักถูกตั้งขึ้น "ในวันที่หนึ่งเดือนแรกของปีที่สอง" (NTV) นับตั้งแต่พวกเขาออกจากอียิปต์ ชนชาติที่เคยเป็นทาสและถูกบังคับให้ก่ออิฐสร้างเมืองให้ฟาโรห์ บัดนี้ได้กลายเป็นชนชาติเสรีที่ร่วมแรงกันสร้างที่ประทับถวายแด่พระเจ้า เครื่องใช้ทุกชิ้นได้รับการเจิมด้วยน้ำมันบริสุทธิ์เพื่อแยกไว้สำหรับพระองค์
ฉากปิดของหนังสืออพยพคือช่วงเวลาที่น่าเกรงขามที่สุด เมื่อเมฆปกคลุมและ "โมเสสไม่สามารถเข้าไปในกระโจมที่นัดหมายได้ เพราะเมฆปกคลุมอยู่" (NTV) แม้แต่โมเสสผู้เคยสนทนากับพระเจ้าอย่างใกล้ชิดก็ยังก้าวเข้าไปไม่ได้ เพราะความบริสุทธิ์ของพระเจ้าเกินกว่ามนุษย์จะทนรับได้ด้วยตนเอง[2] แต่ที่น่าอัศจรรย์คือ พระเจ้าไม่ประทับอยู่ห่างไกลบนยอดเขาอีกต่อไป พระองค์เสด็จลงมาสถิตท่ามกลางพวกเขา[3] และนำทางด้วยเมฆในเวลากลางวันกับเปลวเพลิงในยามค่ำ ลองสำรวจใจดูว่า เมื่อพระเจ้าทรงยอมลงมาอยู่ใกล้ชิดเช่นนี้ เราพร้อมจะให้พระองค์นำทางชีวิตของเราหรือไม่
มัทธิว 23:23-39 (Mt. 23:23-39)
คำเตือนกับและยังดำเนินต่อ ในข้อ 23 พระองค์ทรงชี้ว่าพวกเขาเคร่งกับการถวายหนึ่งในสิบของพืชสวนครัวอย่างสะระแหน่ ผักชี และยี่หร่า แต่กลับเพิกเฉยต่อ "กฎบัญญัติที่สำคัญกว่าคือ ความเป็นธรรม ความเมตตา และความเชื่อ" (NTV) คำว่า "ความเชื่อ" ในที่นี้หมายถึงความสัตย์ซื่อ[4]
ในข้อ 24 พระองค์ตรัสว่า "พวกท่านกรองตัวริ้นออกและกลืนตัวอูฐลงไป" (NTV) ชาวยิวที่เคร่งจะกรองน้ำดื่มผ่านผ้าเพื่อไม่ให้กลืนแมลงเล็ก ๆ ที่ถือว่ามลทิน[5] แต่ริ้นเป็นสัตว์ที่เล็กที่สุด อูฐเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุด และทั้งคู่ก็เป็นสัตว์มลทินเหมือนกัน[6] ภาพนี้จึงชวนขันและคมคายไปพร้อมกัน
พระองค์ยังทรงเปรียบพวกเขาเป็นถ้ำเก็บศพฉาบปูนขาว ภายนอกดูสะอาดงดงาม แต่ภายในเต็มไปด้วยกระดูกและความเน่าเปื่อย ในยุคของพระเยซู ผู้คนทาปูนขาวที่หลุมศพทุกปี เพื่อไม่ให้ผู้เดินทางไปกรุงเยรูซาเล็มเผลอไปสัมผัส[7] ภาพนี้เตือนว่า ความเคร่งศาสนาที่ดูดีภายนอกไม่อาจซ่อนสภาพจริงในใจได้
ในข้อ 29 พระองค์ตรัสว่า "ท่านสร้างถ้ำเก็บศพให้พวกผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้า และประดับประดาหลุมฝังศพของคนมีความชอบธรรม" (NTV) พวกเขากล่าวว่าถ้ามีชีวิตอยู่ในสมัยบรรพบุรุษ ก็จะไม่ร่วมมือฆ่าผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้า[8] แต่การกระทำของพวกเขายังคงเหมือนบรรพบุรุษ
หลังคำเตือนอันหนัก ถ้อยคำสุดท้ายกลับเปี่ยมด้วยความเศร้าและความรัก เมื่อพระเยซูทรงคร่ำครวญถึงกรุงเยรูซาเล็มและเปรียบความห่วงใย "เหมือนกับแม่ไก่โอบลูกไก่ไว้ใต้ปีก" (NTV) แล้วตรัสในข้อ 38 ว่า "ดูเถิด บ้านของเจ้าถูกทิ้งร้างไว้" (NTV) ภาพนี้ตรงข้ามกับหนังสืออพยพที่เราเพิ่งอ่าน ที่พระสิริของพระเจ้าเสด็จมาสถิตเต็มกระโจม บัดนี้พระวิหารถูกทิ้งร้างเพราะมนุษย์ปฏิเสธพระองค์[9] คำถามคือ เรากำลังปิดประตูใส่พระเจ้า หรือยอมให้พระองค์เข้ามาสถิตในชีวิต
แหล่งอ้างอิง
- [1]“with the greatest exactness imaginable” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 39:32
- [2]“How does this circumstance show the incapacity of man, in his present state, to look upon the unveiled perfections of the Godhead!” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Exodus 40:35
- [3]“God came and took possession of it” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Exodus 40:34
- [4]“Faith - The word here means fidelity.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 23:23
- [5]“It was the custom, says Trench, of the stricter Jews to strain their wine, vinegar, and other potables through linen or gauze” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 23:24
- [6]“the largest animal the Jews knew, as the "gnat" was the smallest; both were by the law unclean” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 23:24
- [7]“Those tombs were annually whitewashed to prevent the people from accidentally coming in contact with them as they went up to Jerusalem” — Barnes' Notes on the Old and New Testaments (1834), on Matthew 23:27
- [8]“So ye make fair professions, as did your fathers.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 23:30
- [9]“Forsaken of God and his Christ, and sentenced to utter destruction.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 23:38