กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 40 จาก 365 วัน9 กุมภาพันธ์ (February 9)

เลวีนิติ 6-7 และ มัทธิว 25:1-30

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

เลวีนิติ 6-7 (Lev. 6–7)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

เมื่อวานเราอ่านเรื่องเครื่องบูชาไถ่โทษที่เกี่ยวกับสิ่งที่ถวายแด่พระเจ้า บทที่ 6 เปิดด้วยอีกกรณีหนึ่ง ความผิดคราวนี้เกิดกับเพื่อนบ้านโดยตรง ทั้งการยักยอกของฝาก ขโมย หรือสาบานเท็จเพื่อเอาเปรียบ พระเจ้าตรัสกับว่าผู้ทำเช่นนั้น "ไม่ภักดีต่อ พระผู้เป็นเจ้า โดยลวงหลอกเพื่อนร่วมชาติของตน" (NTV) บาปต่อเพื่อนมนุษย์จึงเป็นบาปต่อพระเจ้าไปพร้อมกัน[1] เครื่องบูชาไถ่โทษจะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อผู้ทำผิดคืนของให้เจ้าของครบพร้อมเพิ่มอีกหนึ่งในห้าส่วนก่อน[2]

เมื่อกำชับและบุตรของเขาเรื่องงานที่แท่นบูชา จุดที่ถูกย้ำถึงสามครั้งคือ "จงให้ไฟที่แท่นบูชาลุกอยู่เสมอ อย่าให้ดับ" (NTV) ปุโรหิตต้องเติมฟืนทุกเช้า ไฟที่ลุกอยู่ตลอดจึงเตือนให้รักษาความรักต่อพระเจ้าให้ลุกโชนอยู่เสมอ[3]

บทที่ 7 ยังตอบคำถามว่า "ใครได้อะไร" นอกจากส่วนที่เผาถวายพระเจ้าและส่วนที่ผู้ถวายนำกลับไปกินกับครอบครัว พระเจ้ายังกำหนดให้ส่วนอกและขาขวาของเครื่องสักการะเพื่อสามัคคีธรรมเป็นของปุโรหิต เป็นส่วนแบ่งที่ช่วยให้ปุโรหิตและครอบครัวดำรงชีวิตอยู่ได้[4] พระองค์จึงทรงดูแลผู้ที่ยืนรับใช้อยู่หน้าพระองค์

อีกจุดหนึ่งอยู่ในข้อ 15 เครื่องสักการะเพื่อสามัคคีธรรม "แห่งการขอบคุณ" ต้องกินให้หมดในวันเดียว "อย่าเหลือทิ้งไว้จนถึงรุ่งเช้า" (NTV) เหตุผลหนึ่งคือเนื้อจะเน่าเสียง่ายในดินแดนที่อากาศร้อน[5] ผลที่ตามมาคือผู้ถวายต้องเชิญคนในครอบครัวและคนยากจนมาร่วมโต๊ะช่วยกันกิน[6] การขอบพระคุณพระเจ้าจึงกลายเป็นการแบ่งปันความอิ่มเอมให้คนรอบข้าง เมื่อเราได้รับสิ่งดี เราจะส่งต่อเป็นพระพรให้ใครได้บ้าง

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 25:1-30 (Mt. 25:1-30)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

หลังจากตรัสถึงการเสด็จกลับมา พระเยซูทรงตอบว่าการเตรียมพร้อมหมายถึงอะไร ด้วยอุปมาสองเรื่อง เรื่องแรกคือหญิงสาวสิบคนที่คอยเจ้าบ่าวมาในงานแต่งงานยามค่ำคืน ทั้งสิบคนง่วงและผล็อยหลับไปเหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันคือน้ำมันสำรอง ตามที่ข้อ 4 บันทึกว่า "ส่วนคนชาญฉลาดเอาน้ำมันใส่โถติดตัวไปกับตะเกียงด้วย" (NTV) ตะเกียงดินเผายุคนั้นต้องเติมน้ำมันอยู่เรื่อย ๆ น้ำมันจึงเป็นภาพของความพร้อมฝ่ายวิญญาณที่ต้องสะสมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทันในนาทีสุดท้าย[7]

เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงยามดึก หญิงสาวที่ขาดน้ำมันขอยืม แต่ไม่อาจแบ่งให้ได้ เพราะความพร้อมฝ่ายวิญญาณเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่โอนกันไม่ได้ เมื่อประตูปิดลง เจ้าบ่าวตอบว่า "เราไม่รู้จักท่าน" (NTV) พระเยซูจึงทรงปิดท้ายว่า "ฉะนั้นจงคอยระวังไว้ เพราะเจ้าไม่อาจรู้วันเวลานั้น" (NTV) การคอยระวังจึงไม่ใช่การนั่งกังวล แต่คือการมีน้ำมันสำรองเตรียมไว้เสมอ[8]

เรื่องที่สองคือผู้รับใช้สามคนที่ได้รับเงินตะลันต์ หนึ่งตะลันต์เป็นเงินก้อนมหาศาล แม้ได้เพียงตะลันต์เดียวก็เป็นความไว้วางใจครั้งใหญ่[9] นายมอบหมายตามความสามารถของแต่ละคน สองคนแรกนำไปต่อยอดจนได้กำไร และได้รับคำชมด้วยถ้อยคำเดียวกันว่า "ดีมาก ผู้รับใช้ที่ดีและภักดี" (NTV) สิ่งที่นายประเมินจึงไม่ใช่ขนาดของกำไร แต่คือความสัตย์ซื่อในการนำสิ่งที่ได้รับไปใช้

ต่างจากคนสุดท้ายที่ไม่ได้ทำเงินหาย แต่กลับนำไปขุดดินซ่อนไว้ เพราะเขามองนายว่าเป็นคนเข้มงวดและจ้องจับผิด ภาพจำที่บิดเบี้ยวนี้เองที่ทำให้เขากลัวจนไม่กล้าลงมือทำสิ่งใด[10] นายจึงตำหนิเขาว่า "เจ้าเป็นผู้รับใช้ที่ชั่วช้า ขี้เกียจ" (NTV) อุปมาสองเรื่องจึงชี้ไปที่คำถามเดียวกันว่า เรามองพระเจ้าเป็นนายที่คอยจับผิดจนกลัวที่จะเริ่มทำสิ่งดี หรือมองพระองค์ด้วยความไว้วางใจและพร้อมนำสิ่งที่อยู่ในมือออกไปใช้

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“This sin, though directly committed against man, is emphatically said to be done against the Lord, not only in general, for so every sin against man is also against the Lord, but in a special sense, because this was a violation of human society, whereof God is the author, and president, and defender” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Leviticus 6:2
  2. [2]“It must not be delayed, but restitution to man must accompany repentance towards God. Wherever wrong has been done, restitution must be made, and till it is made to the utmost of our power we cannot look for forgiveness” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Leviticus 6:5
  3. [3]“Thus should we keep the fire of holy love ever burning in our hearts.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Leviticus 6:13
  4. [4]“the provision made for the maintenance of the high priest and the numerous body of functionaries which composed the sacerdotal order” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Leviticus 7:35
  5. [5]“Because in such a hot country it was apt to putrefy, and as it was considered to be holy, it would have been very improper to expose that to putrefaction which had been consecrated to the Divine Being” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Leviticus 7:15
  6. [6]“he with his family and poor guests” — Ellicott's Commentary for English Readers (1878), on Leviticus 7:15
  7. [7]“Love in their hearts. And they daily sought a fresh supply of spiritual strength” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 25:4
  8. [8]“He that watches has not only a burning lamp, but likewise oil in his vessel. And even when he sleepeth, his heart waketh. He is quiet; but not secure.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 25:13
  9. [9]“a very large sum for one servant to be intrusted with” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Matthew 25:15
  10. [10]“He never knew God, who thinks him a hard master.” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Matthew 25:24