กลับหน้ารวมบทความ
วันที่ 8 จาก 365 วัน8 มกราคม (January 8)

ปฐมกาล 20-22 และ มัทธิว 6:19-34

เวลาอ่านบทนำประมาณ ~2 นาที
ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament)

ปฐมกาล 20-22 (Gen. 20–22)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมเมื่อไปอยู่ที่เมืองเกราร์ โดยบอกอีกครั้งว่าซาราห์เป็นน้องสาวเหมือนที่เคยทำใน จนพาตัวนางไป ในข้อ 11–12 อับราฮัมให้เหตุผลว่ากลัวถูกฆ่าชิงภรรยา และซาราห์ก็เป็นน้องต่างมารดาจริง ๆ ท่านจึงพูดความจริงไม่หมดเพื่อปิดบังว่านางเป็นภรรยา แต่ให้สังเกตว่าคนที่ปกป้องไว้ไม่ใช่สามีของนาง แต่เป็นพระเจ้า ผู้ทรงเตือนอาบีเมเลคในความฝันก่อนที่เขาจะแตะต้องนาง

ในที่สุดซาราห์ก็ให้กำเนิด ซึ่งแปลว่า "เสียงหัวเราะ"[1] สมกับที่นางกล่าวในข้อ 6 ว่า "พระเจ้าทำให้ฉันหัวเราะ" (NTV) แต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน พอซาราห์เห็นอิชมาเอลเล่นกับอิสอัค นางก็ยืนกรานให้ไล่กับไป เพื่อไม่ให้ลูกของทาสได้มรดกร่วมกับอิสอัค เมื่อน้ำหมดกลางถิ่นทุรกันดาร ฮาการ์นั่งร้องไห้เพราะทนเห็นลูกตายไม่ได้ แต่แม้อิสอัคจะเป็นผู้รับพระสัญญา พระเจ้าก็ยังทรงได้ยินเสียงของอิชมาเอล และสัญญาว่าเขาจะเป็นประชาชาติที่ยิ่งใหญ่

บทที่ 22 คือบททดสอบที่หนักที่สุด ข้อ 1 บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่านี่คือการทดสอบว่าอับราฮัมรักพระเจ้ามากกว่าบุตรที่รักหรือไม่[2] พระเจ้าตรัสให้อับราฮัมถวายอิสอัคเป็นเครื่องเผาบูชาบน ระหว่างทาง อับราฮัมตอบคำถามของอิสอัคในข้อ 8 ว่า "ลูกเอ๋ย พระเจ้าจะจัดหาลูกแกะสำหรับเผาเป็นของถวายเอง" (NTV) และพระเจ้าก็ทรงจัดหาจริง ๆ คำสั่งนี้อาจฟังดูน่าตกใจ แต่ในยุคนั้นชนชาติรอบข้างบูชายัญมนุษย์กันอยู่แล้ว[3] การที่ตอนจบพระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ทำร้ายเด็กจึงแสดงว่าพระองค์ต่างจากพระของชนชาติเหล่านั้น[4] ผู้อ่านหลายคนมองว่าภาพพ่อที่ยอมถวายบุตรคนเดียว ชี้ล่วงหน้าไปถึงพระเจ้าผู้ไม่ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง[5]

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):
ภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament)

มัทธิว 6:19-34 (Mt. 6:19-34)

📖 เรื่องย่อ & จุดสังเกตก่อนอ่าน

คำสอนของพระเยซูตอนนี้เปลี่ยนจากเรื่องแรงจูงใจในการทำความดี มาเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคนอย่างเงินทองและความมั่นคง พระองค์ทรงเตือนไม่ให้ทุ่มเทสะสมทรัพย์สมบัติในโลกที่เสื่อมสลายได้ง่าย แต่ให้สะสมไว้ในสวรรค์ หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ข้อ 21 ซึ่งบอกว่า "เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย" (NTV) สิ่งที่เราเก็บสะสมจึงสะท้อนให้เห็นว่าใจเราอยู่บนโลกหรืออยู่กับพระเจ้า[6]

จากนั้นพระเยซูทรงชี้ความขัดแย้งในใจอย่างตรงไปตรงมาว่า "ไม่มีผู้รับใช้คนใดจะรับใช้นาย 2 คนได้" (NTV) เพราะเราไม่อาจยกความภักดีสูงสุดให้ทั้งสองสิ่งพร้อมกันได้ สิ่งที่เราเลือกปรนนิบัติจะกลายเป็น "เจ้านาย" ที่กำหนดการตัดสินใจของเรา[7] พอมาถึงข้อ 25 พระองค์ทรงโยงเรื่องเงินเข้ากับเรื่องความกังวลทันที ใจที่ฝากไว้กับทรัพย์บนโลกมักพาความกังวลเรื่องปากท้องตามมาด้วย[8] สิ่งที่พระองค์ทรงห้ามไม่ใช่การคิดวางแผน แต่เป็นความวิตกที่เกิดจากความไม่วางใจพระเจ้า[9]

พระองค์ทรงใช้ธรรมชาติรอบตัวมาช่วยคลายความกังวลนั้น โดยชี้ชวนให้ดูนกในอากาศที่ไม่มียุ้งฉาง และดอกไม้ป่าที่งดงามยิ่งกว่าเครื่องทรงของ ลูกชายของกษัตริย์ดาวิดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหรา[10] เพื่อให้เห็นว่ามนุษย์มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้ามากกว่าสิ่งเหล่านั้นเพียงใด ข้อ 27 บอกว่าความกังวลไม่อาจต่อชีวิตออกไปได้แม้แต่ชั่วโมงเดียว พระองค์จึงทรงให้ทางออกไว้ในข้อ 33 ว่า "แต่จงแสวงหาอาณาจักรและความชอบธรรมของพระองค์เสียก่อน แล้วพระองค์จะเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ให้แก่ท่านเอง" (NTV) นี่ไม่ใช่การสอนให้ละทิ้งหน้าที่การงาน[11] แต่เป็นการเปลี่ยนที่พึ่งในใจ แล้วใช้ชีวิตไปทีละวันโดยวางใจว่าพระบิดาจะทรงดูแล

อ่านบทเต็มภายนอก (BibleGateway):

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]“He names that child, Isaac - Laughter” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Genesis 17:21
  2. [2]“The trial was of Abraham's love to God, and therefore it must be in a beloved son” — John Wesley, Explanatory Notes on the Whole Bible (1754–65), on Genesis 22:2
  3. [3]“We may assume, then, that in Abraham’s time the religious custom of human sacrifice prevailed among the peoples of the land.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 22:1
  4. [4]“The prohibition of the sacrifice of Isaac proclaimed a fundamental contrast between the God of Abraham and the gods of the nations round about.” — Cambridge Bible for Schools and Colleges (1877), on Genesis 22:1
  5. [5]“God, to instruct him in the infinite extent of the Divine goodness to mankind, who spared not his own Son, but delivered him up for us all, let Abraham feel by experience what it was to lose a beloved son” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Genesis 22:2
  6. [6]“An earthly minded man proves that his treasure is below; a heavenly minded man shows that his treasure is above.” — Adam Clarke's Commentary on the Bible (1831), on Matthew 6:21
  7. [7]“it is used for riches, considered as an idol master, or god of the heart” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 6:24
  8. [8]“the sin of disquieting, distracting, distrustful cares about the things of life, which are a bad sign that both the treasure and the heart are on the earth” — Matthew Henry's Commentary on the Whole Bible (1706), on Matthew 6:25
  9. [9]“It is that anxious solicitude, that oppressive care, which springs from unbelieving doubts and misgivings, which alone is here condemned.” — Jamieson, Fausset & Brown, Commentary Critical and Explanatory (1871), on Matthew 6:25
  10. [10]“not whilst he was a private person, but when a king, in the height of his grandeur and magnificence, and when dressed out in the most splendid manner” — John Gill's Exposition of the Bible (1746–66), on Matthew 6:29
  11. [11]“It does not follow that we must therefore neglect, or do carelessly, the proper business of this life” — Matthew Henry's Commentary on the Whole Bible (1706), on Matthew 6:25